เทรนด์การทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ยังมาแรงและต่อเนื่องมาก ๆ หลายคนก็คงอยากจะผันตัวมาเป็นพ่อค้า-แม่ค้า ออนไลน์กันบ้างแล้ว เราลองมาเช็คความพร้อมจาก Checklist 5 ข้อนี้กันดีกว่า

  1. ชื่อร้านและสินค้า

ปัจจัยแรกที่ร้านค้าของคุณต้องกำหนด “ชื่อร้าน” จะเป็นชื่อที่ลูกค้าจะต้องจดจำได้ง่ายและสื่อออกได้ตรงจุดว่าเราขายอะไร ดังนั้นควรจะเป็นชื่อที่สั้นและง่ายต่อการค้นหา 

อีกทริคดี ๆ ก่อนจะตั้งชื่อร้าน ลองสำรวจดูก่อนด้วยนะคะว่ามีร้านอื่นใช้ชื่อที่เราคิดไปหรือยัง เพราะก็มีโอกาสที่ลูกค้าอาจจะพบกับร้านคู่แข่งก่อนร้านเรา

สินค้า” ที่เราจะนำมาขาย หากคุณไม่รู้ว่าจะขายอะไรดี ลองเริ่มจากความชอบ ความสนใจของตัวเองก่อน เพราะคุณจะมีความเข้าใจและมีความรู้ในสิ่งนั้น สามารถอธิบาย ขายให้ลูกค้าของคุณได้เป็นอย่างดีค่ะ นอกจากนี้อย่าละเลยที่จะศึกษาเทรนด์สินค้า ข่าวสารใหม่ ๆ เพื่อนำมาเผยแพร่แก่ลูกค้าได้ มีทั้งคำปรึกษาที่ดีและการบริการอย่างใส่ใจ ลูกค้าก็จะเกิดความประทับใจและกลับมาซื้อซ้ำได้ในอนาคตด้วยค่ะ

  1. เงินลงทุน

ปัจจัยสำคัญต่อมาคือ “เงินลงทุน” ต้นทุนการขายของออนไลน์นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ค่าสินค้านะคะ ควรคำนึงถึงและคิดให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่าแพ็กเกจ ค่าจัดส่ง ค่าทำโฆษณาหรือการตลาดออนไลน์ ฯลฯ

  1. การกำหนดแผนการตลาด

ข้อนี้ต้องเช็ตลิสต์ไว้ใหญ่ ๆ เลยค่ะ เพราะจะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ร้านของคุณเติบโตหรือยอดขายแต่ละเดือน / ปี เป็นอย่างไรก็อยู่ที่การกำหนดแผนการตลาดนี้แหละค่ะ 

สำหรับมือใหม่หัดขายออนไลน์วางแผนให้ดีว่าจะโปรโมตร้านอย่างไร ช่องทางใดบ้าง ที่จะเอาชนะร้านที่เปิดมาก่อนได้ ไม่ใช่เพียงแค่สินค้าดี มีคุณภาพ หรือราคาถูก ที่จะมาดึงดูดลูกค้าได้นะคะ หากคุณมีสิ่งเหล่านั้นครบแต่ลูกค้าไม่รู้จักร้านคุณมันก็ไม่มีประโยชน์ 

เพราะฉะนั้นคุณอาจจะลองตั้งเป้าให้ชัดและลงมือวางแผนขั้นตอนที่จะปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายนั้น เช่น จะขายทางเพจ Facebook หลังจากเปิดแล้วจะใช้งบประมาณทำโฆษณา โดยกำหนดระยะเวลาเท่าใด หลังลงมือปฏิบัติก็ตรวจสอบ สรุป และปรับปรุงแผนต่อไปให้พัฒนาได้ดียิ่งขึ้น

  1. ช่องทางการชำระเงิน

ขายของก็ต้องมีช่องทางรับเงินจากลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้ชำระอย่างสะดวก ในปัจจุบันนี้มีตัวเลือกหลากหลาย

  • การชำระผ่านการโอนหรือบัตรเครดิต ร้านค้าอาจจะทำเป็นภาพขั้นตอนหรือรายละเอียดการโอนที่มีชื่อ – เลขบัญชีให้ชัดเจน เมื่อลูกค้าสั่งสินค้า ร้านค้าสรุปยอดพร้อมส่งภาพรายละเอียดการโอน จะได้ไม่ต้องนั่งพิมพ์ซ้ำหลายรอบ รอตรวจสอบสลิปการโอนจ่ายลูกค้าก็พร้อมส่งสินค้าได้ทันทีหรือจะให้ลูกค้าสามารถทำรายการด้วยบัตรเครดิตก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้นด้วย
  • เก็บเงินปลายทาง (COD) หลายคนอาจจะเคยเจอลูกค้าสอบถามเข้ามาหลังยืนยันออเดอร์บ้างใช่มั๊ยคะว่า ร้านมีเก็บปลายทางหรือเปล่า? สำหรับบริการการเก็บเงินปลายทางนั้น เป็นบริการเสริมจากทางขนส่งพัสดุ ลูกค้าสามารถจ่ายเงินเมื่อได้รับของ มั่นใจได้ว่าของถึงมือแล้วจึงชำระนั่นเอง แต่ทางร้านค้าหากต้องการใช้บริการเก็บเงินปลายทางก็ควรตรวจสอบเงื่อนไขหรือค่าธรรมเนียมของแต่ละขนส่งด้วยนะคะ
  1. การจัดส่งสินค้า

ร้านพร้อม ลูกค้าก็พร้อมซื้อและโอนแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่ขอแนะนำให้ใส่ใน Checklist ก็คือเรื่อง “การจัดส่ง” ค่ะ ซึ่งในปัจจุบันนี้บริษัทขนส่งพัสดุมีหลายแห่งมากทั้งของรัฐหรือเอกชน ส่งด่วนภายในวันเดียวเลยก็มี แต่ก็จะแตกต่างกันในเงื่อนไข ขนาดน้ำหนักสินค้า พื้นที่ให้บริการ ทำให้มีเกณฑ์การกำหนดราคาต่างกัน ดังนั้น ร้านค้าออนไลน์ควรตรวจสอบและเช็คข้อมูลก่อนที่จะเลือกใช้บริการขนส่ง เพื่อที่จะได้ประหยัดต้นทุนในส่วนนี้

นอกจาก 5 ข้อสำคัญข้างต้นแล้ว อีกสิ่งที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของร้านที่ดีควรจะมีก็คือความขยัน ใส่ใจ และความพร้อมที่จะตอบข้อซักถาม พูดคุยกับลูกค้าในแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างทันที เพื่อไม่ให้ลูกค้าหรือยอดการสั่งซื้อตกหล่น  สำหรับร้านค้าที่กำลังต้องการผู้ช่วยที่จะมาดูแลลูกค้าในทุก ๆ ช่องทางออนไลน์ของคุณ Kaojao ระบบตอบกลับอัตโนมัติ สามารถเชื่อมได้ทั้งเพจ FB , Instragram , Line OA , แอป Live สด 

และฟีเจอร์ต่าง ๆ มากกว่า 50 ฟีเจอร์ ช่วยให้การขายของออนไลน์เป็นเรื่องที่ง่ายและคุณเหนื่อยน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Custom Audience ที่จะให้คุณค้นพบกลุ่มลูกค้าที่แท้จริงของร้าน และนำความสนใจของเขามาทำการตลาด โฆษณาได้ตรงจุด หรือระบบตรวจสอบสลิปอัตโนมัติ ยอดเงินเข้าจริง ตรวจสอบแล้วจึงส่งของ และฟีเจอร์ดี ๆ อีกเพียบ

คุณสามารถทดลองใช้งาน Kaojao ฟรี 14 วัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สมัครได้ที่ Kaojao.com หรือพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของเรา ได้เพียงคลิกที่ปุ่มด้านล่างนี้เลยค่ะ